
ข่าวไฟไหม้ ไฟรั่ว ไฟลัดวงจรปลั๊กกระเบิด power bank ระเบิด มีให้เห็นกันอยู่บ่อยบ่อย ถ้าไม่อยากเป็นผู้โชคร้ายต้องดูวิธีเลือกอุปกรณ์เหล่านี้ให้ใช้ดีและปลอดภัย
เราได้เห็นข่าวร้ายเกิดขึ้นรายวันกันเป็นประจำไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจร ไฟรั่ว power bank ระเบิดเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเกิดความเสียหายทั้งสิ้น บางทีก็แค่เสียหายต่อทรัพย์สิน แต่บ่อยครั้งก็เสียหายถึงขั้นต้องเสียชีวิตกันเลย ถ้าเราไม่อยากจะต้องตกเป็นข่าวร้าย เราจะมีวิธีระมัดระวังป้องกันเรื่องอุปกรณ์เหล่านี้กันอย่างไร ต้องระวังอย่างไร และใช้กันงานอย่างไรให้ปลอดภัย
ถ้าทุกคนไปที่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือว่าเน็ตดีแทคเซ็นทรัลมีพันธกิจในการดำเนินการวิจัยพัฒนาออกแบบวิศวกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้ที่จะมาให้ความรู้กับพวกเราเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าและสาเหตุข่าวร้ายจากอุปกรณ์ไฟฟ้าก็คือ ดร.กมล เอื้อชินกุล หัวหน้างานรับรองคุณภาพบริภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์หรือว่า ECEC ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับรองคุณภาพอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
เริ่มกันที่คำถามแรกที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะกำลังสงสัยว่าทำไมเวลาไฟไหม้ทีไรเราจะได้ยินคำว่าสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร แล้วคำว่าไฟฟ้ารัดวงจรมันคืออะไร เกิดจากอะไรกันแน่
โดยผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำตอบว่า สาเหตุหลักมาจากความร้อนในทางไฟฟ้าหรือระบบไฟฟ้าที่เรารู้จักความร้อนเกิดจากการที่มีกระแสไหลอยู่ในสายตัวนำ มันจะร้อนจัดให้เกิดไฟไหม้ได้เลย คือมีไฟฟ้าซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนดมาก ๆ ซึ่งสาเหตุที่มีไฟฟ้าวิ่งมาก ๆ มี 2 อย่าง อย่างแรกคือ เกิดการรัดวงจรขึ้นในระบบไฟฟ้าซึ่งจะส่วนใหญ่อยู่ในตัวบ้านหรือในตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราใช้กัน ถ้ามีการลัดวงจร กระแสไฟฟ้าจะไหลมากกว่าปกติเป็นจำนวนหลายสิบเท่า ความร้อนจะเกิด แล้วก็ทำให้เกิดไฟไหม้อันนี้คือสาเหตุหนึ่งเกิดความผิดปกติในระบบไฟฟ้า อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไฟไหม้ก็ คือ มีการใช้งานมากเกินเกณฑ์ที่ออกแบบไว้ เช่น ออกแบบให้ใช้กระแสอยู่ค่าหนึ่ง เช่น 10 มิลลิแอมป์เราไปต่อปลั๊กพ่วงเพิ่มจำนวนอุปกรณ์เข้าไปจนเป็น 20-30 มิลลิแอมป์ แล้วใช้เป็นเวลานาน ๆ ความร้อนสะสมก็อาจจะทำให้เกิดไฟไหม้ได้ สาเหตุหลักมี 2 ส่วนส่วนที่ 1 เกิดจากความผิดปกติของระบบ สาเหตุที่ 2 คือเกิดจากการใช้งานผิดวิธี
ข้อแนะนำในการป้องกันไม่ให้เกิดสาเหตุต่าง ๆ นี้นั้น มี 2 ส่วนด้วยกัน
ส่วนแรกก็คือ ถ้าเป็นเรื่องของเครื่องใช้อุปกรณ์ที่เราซื้อหามาก็เรื่องของที่มีคุณภาพ ใช้งานตามคู่มือที่เขาแนะนำ ถ้าใช้ตามนั้นก็จะเป็นการลดปัญหาในส่วนที่เกิดจากอุปกรณ์ได้
ส่วนที่สองก็คือ ระบบไฟฟ้าหรือวิธีการใช้งานในบ้านเรา เราก็ควรต้องมีวิธีการตรวจสอบตามระยะอย่างเหมาะสม และข้อสำคัญก็คือ ไม่ใช้เกินเกณฑ์ หรือใช้ผิดวิธีไปนอกเหนือจากที่เขาแนะนำให้ใช้ ก็จะช่วยลดปัญหาไฟไหม้จากไฟฟ้าได้
แล้วเวลาที่เราไปสัมผัสหรือว่าไปใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วเกิดไฟรั่วนั้นเกิดจากอะไร
ไฟฟ้ารุ่นนั้นเป็นอีกลักษณะหนึ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากในวงจรไฟฟ้าเนี่ยนั้นจะมีฉนวนมีตัวป้องกันวงจรอยู่ แต่ในการออกแบบบางครั้งจำเป็นต้องมีชิ้นส่วนที่เป็นโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าวางอยู่ในภายนอก เช่น เป็นเคส เป็นเปลือกหุ้ม ซึ่งอาจจะแตะต้องถึง ในส่วนที่เป็นโลหะก็มีโอกาสที่จะเกิดการเหนี่ยวนำหรือเกิดกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กน้อยขึ้นที่ผิวได้ ซึ่งถ้าเราไปแตะต้องถูก ไฟฟ้าจะช็อตมาที่เรามศัพท์ทางเทคนิคเรียกว่า กระแสไฟฟ้ารั่วหรือกระแสสัมผัส
วิธีป้องกันมี 2 แบบ
แบบแรกคือ ออกแบบใหม่ โดยนำส่วนที่เป็นโลหะที่นําไฟฟ้าออกให้หมด ส่วนที่คนจะสัมผัสถึงก็ให้เป็นเฉพาะส่วนที่เป็นฉนวนเป็นพลาสติกเป็นวัสดุอย่างอื่นซึ่งไม่นำไฟฟ้า เป็นการแก้ปัญหารูปแบบหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้ารูปแบบนี้จะมีเครื่องหมายพิเศษแสดงให้เห็นเป็นสี่เหลี่ยมซอนกัน 2 ชั้น
อีกแบบหนึ่งก็คือ ถ้าไม่สามารถยกเลิกส่วนที่เป็นโลหะได้ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ของโครงสร้างหรือการป้องกันบางอย่าง เช่น เตาอบไมโครเวฟ จะต้องใช้ระบบเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้จะมีปลั๊กเสียบ 3 ขา อีกขาหนึ่งก็คือขาดินที่จะเหนี่ยวนำไฟฟ้ารั่วลงสู้พื้นดิน แต่ปัญหาของบ้านเรา คือ เมื่อเราได้ปลั๊ก 3 ขา แต่บ้านเราใช้เต้ารับ 2 รูก็จะรับได้แค่ 2 ขาขาที่ 3 ก็จะถูกหักทิ้งทำให้ระบบป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไม่ทำงาน จะทำให้เรารู้สึกว่าโดนไฟฟ้าช็อต ไฟฟ้ารั่วตลอดเวลา ปริมาณก็มีตั้งแต่น้อยไปจนถึงมาก ขึ้นอยู่ที่ว่าเราต่อพ่วงหลายอุปกรณ์หรือเปล่า อย่าง สายชาร์จ USB Adapter หรือระบบไฟฟ้าบ้านเราดีแค่ไหน
มาถึงเรื่องใกล้ตัวอย่าง Power Bank ที่หลาย ๆ คนก็พกตลอดเวลาเพราะว่ากลายเป็นของจำเป็นไปแล้ว ไฟหมดเมื่อไหร่สามารถเสียบใช้ได้ยามฉุกเฉินแต่ทีนี้ถ้าเราเลือก Power Bank ไม่ดี จากอุปกรณ์ช่วยเหลือยามฉุกเฉินก็จะกลายเป็นระเบิดได้ สร้างความเสียหายแน่นอน แล้วการที่ Power Bank ระเบิดเกิดจากสาเหตุอะไร หลายคนสงสัยใช่ไหมล่ะ ไปดูคำตอบกัน
สาเหตุที่ Power Bank ระเบิดมี 2 ส่วน เกิดจากอุปกรณ์ชิ้นส่วนหรือออกแบบและผลิตมาไม่อุปกรณ์ หรือ Power Bank เองนั้นคุณภาพไม่ดี ไม่ว่าจะเกิดจากการเลือกใช้ชิ้นส่วนไม่ดีออกแบบผิด ประกอบออกมาไม่ดีก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหา เช่น มีความร้อนเกิน เกิดการรั่วซึมแล้วก็ระเบิดได้ โดยเฉพาะ Power Bank ที่ใช้แบตเตอรี่รุ่นใหม่ ๆ ที่เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ถ้าเกิดการรั่วภาพก็จะมีโอกาสติดไฟได้ง่ายกว่าแบตเตอรี่ที่ใช้สารประกอบอย่างอื่น อันดับที่ 1 คือตัวอุปกรณ์ไม่ดี อันดับที่ 2 คือใช้ผิดวิธี ใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ทำให้เกิดการตก กระแทก ใช้เกินกำลัง ใช้ผิดรูปแบบ และทำให้เกิดความร้อนเกิน เกิดการบวมผิดปกติ เกิดรอย เกิดการกระทบกระแทกจนกระทั่ง เกินจากออกแบบเอาไว้ ทำให้ชำรุด อาจมีการรั่วซึมของเคมีแล้วก็เกิดการไหม้หรือระเบิดหรือชำรุดได้
แล้วเราจะมีวิธีเก็บรักษา Power Bank ยังไงไม่ให้ Power Bank ที่มีหน้าที่สำรองไฟกลายเป็นระเบิดได้
วิธีเก็บรักษาพื้นฐาน คือ Power Bank ค่อนข้างอ่อนไหวหรือเสี่ยงต่อความร้อนและวิธีเก็บก็เก็บในที่ ๆ หลีกเลี่ยงจากแหล่งความร้อนทั้งหลาย เช่น ไม่เก็บได้ห้องครัว ไม่เก็บใกล้ไฟ ไม่เก็บใกล้แดด ซึ่งทำให้เกิดความร้อนได้ เก็บในที่ที่ปิดค่อนข้างมิดชิด พ้นมือเด็ก ไม่ใกล้ของมีคมขูดขีด ก็คือเก็บระมัดระวังจุดที่เป็นความเสี่ยง ควรนำออกหรือไม่วางไว้ใกล้จุดเสี่ยงต่อ Power Bank นั่นเอง
และเราก็น่าจะเคยเห็นข่าวกันนะคะว่ามีคนลืม Power Bank เอาไว้ในรถแล้วก็เกิดระเบิดไฟไหม้รถได้เรื่องนี้สาเหตุเกิดจากอะไร
Power Bank หรือหน้าแม้แต่อุปกรณ์ที่ไม่ใช่ Power Bank แต่มีแบตเตอรี่ในตัว และแบตเตอรี่เป็นพวกลิเธียมไอออนนั้นไวต่อความร้อน ไวต่ออกซิเจน ก็ควรจะนำออกจากรถ เพราะว่าถ้าเราจอดตากแดดไว้ถ้าบอกรถเราจอดในอาคารความเสี่ยงก็จะลดลง จนเป็นนิสัย และถ้าทิ้ง Power Bank เอาไว้ในรถแล้วจากความเสี่ยงเรื่องของไฟหรืออันตรายจาก Power Bank ชำรุด แล้วถ้าทิ้งโทรศัพท์มือที่มีราคาแพงในรถก็อาจจะโดนงัดรถได้ด้วยฃ
แล้วอายุการใช้งานของ Power Bank นั้นกี่ปี
ปัจจุบันเนี่ยคุณภาพดีขึ้นอายุการใช้งานก็จะยาวขึ้น ถ้าเป็นรุ่นเก่า ๆ ก็ใช้ได้ไม่นานปีกว่า ๆ 2 ปีก็จะหมดอายุ
วิธีสังเกตุ Power Bank ง่าย ๆ ก็คือดูจำนวนระยะเวลาที่เราใช้และแบตเตอรี่ลดลง ถ้ามันลดลงเร็วกว่าปกติแสดงว่ามาใกล้เสื่อมแล้ว ก็ดูจากตรงนั้นก่อนอย่างคร่าว ๆ
แล้ววิธีเลือกซื้อ Power Bank เราจะต้องดูอย่างไรบ้าง
วิธีการที่จะเลือกซื้อหรือว่าดูคุณภาพว่าจะต้องดูที่เครื่องหมาย ดูผู้ผลิตว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน มีการขอรับรองคุณภาพจากหน่วยงานที่เรารู้จักเชื่อถือได้หรือเปล่า ตรงนี้แหละจะเป็นตัวที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเลือกซื้อ Power Bank
อีก 1 อุปกรณ์ที่ใกล้ตัวมาก ๆ แล้วเชื่อว่าแทบทุกบ้านจะต้องมีนั่นก็คือปลั๊กพ่วง แล้วจะเลือกปลั๊กพ่วงกันอย่างไรล่ะ
เริ่มต้นก็ต้องดูที่บ้านตัวเองก่อนว่าเป็นบ้านเก่าหรือบ้านใหม่ที่ผนังเนี่ยเป็นแบบ 2 ขาหรือ 3 ขา ปกติเนื่องจากปัจจุบันบังคับให้เป็นแบบ 3 ขาให้มีระบบสายดินด้วย ถ้าเกิดผนังที่บ้านเราเป็น 2 ขาเนี่ยจะต้องเลือกปลั๊กพ่วงที่เป็น 2 ขา ซึ่งจะหายากนิดหนึ่ง ข้อต่อมาต้องมาดูอุปกรณ์ที่เราจะใช้ปลั๊กพ่วงว่าใช้ไฟฟ้ากำลังขนาดเท่าไหร่ ต้องเลือกขนาดปลั๊กพ่วงให้เหมาะสม ถ้าเราจำเป็นต้องใช้ปลั๊กพ่วงในลักษณะกึ่งถาวร เช่น รับจากผนังบ้านมาที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ซึ่งต่อเข้าจอมอนิเตอร์แล้วก็ตัวเคสคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เนี่ยก็ต้องดูปริมาณ ทั้งหมดเราใช้ไฟเท่าไหร่เลือกปลั๊กพ่วงขนาดที่สามารถรองรับกำลังไฟได้เหมาะสม แล้วก็อย่าลืมเช็คตรงผนังห้องด้วยว่าจ่ายไฟเหมาะสมด้วย มันต้องสอดคล้องกันเพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาเรื่องของความร้อนหรือการใช้งานเกินกำลังที่จุดใดจุดหนึ่งแล้วก็ตัวปลั๊กพ่วงแนะนำให้ดูเครื่องหมาย มอก. และทำความเข้าใจว่าตอนนี้มีการกำหนดมาตรฐานว่าปลั๊กพ่วงต้องเป็นไปตามมาตรฐานก่อนถึงจะอนุญาตให้จำหน่าย ในประเทศได้นั่นเอง



















